You are currently viewing การทำมัมมี่ ศาสตร์ลึกลับที่รักษาสภาพศพได้นับพันปี

การทำมัมมี่ ศาสตร์ลึกลับที่รักษาสภาพศพได้นับพันปี

  • Post author:
  • Post category:blog

เรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของอียิปต์นั้นนอกจากปีระมิดแล้วก็คือสิ่งที่อยู่ในปีระมิดนั่นก็คือมัมมี่นั่นเอง โดยเรามักจะเห็นภาพของมัมมี่ของฟาโรห์ที่ถูกฝังอยู่ในสุสานหรืออยู่ภายในปีระมิดเสียเป็นส่วนมาก แต่การทำมัมมี่นั้นก็มีการทำกับคนทั่วไปเช่นกันไม่ได้ทำให้แต่กษัตริย์หรือชนชั้นสูงเท่านั้น  ซึ่งความลับใน การทำมัมมี่ นั้นเป็นความลับอันดำมืดมาอย่างยาวนานว่าชาวอียิปต์นั้นใช้วิธีการอย่างไรที่สามารถรักษาสภาพของศพให้คงอยู่มายาวนานได้นับหลายพันปี แต่จากวิทยาศาสตร์สมัยใหม่และการค้นพบเพิ่มเติมจากซากมัมมี่อีกหลายศพ จึงทำให้เราค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกลวิธีการถนอมศพในสมัยก่อนว่าทำอย่างไรให้ศพยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างที่เราเห็นกัน วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับการทำมัมมี่ให้ฟังกัน

การทำมัมมี่ ความปราณีตตามสภาพฐานะ

ในการทำมัมมีนั้นเราเชื่อว่ามีการทำหลายรูปแบบ ซึ่งยิ่งเป็นผู้ที่มีฐานะดีเป็นชนชั้นสูงหรือเป็นกษัตริย์ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งมีกระบวนการทำมัมมี่ที่ปราณีตมากยิ่งขึ้น แต่ในกระบวนการทำมัมมี่หลักๆที่เหมือนกันก็คือ การนำเอาอวัยวะภายในออกจากร่างและการนำร่างไปตากแห้งนั่นเอง สำหรับการทำมัมมี่ชั้นสูงจะมีการนำอวัยวะภายในออกมาโดยทำให้ร่างกายภายนอกบุบสลายน้อยที่สุด อย่างเช่น การใช้อุปกรณ์เข้าไปปั่นสมองแล้วดูดของเหลวนั้นออกมาผ่านทางรูจมูก เป็นต้น  ส่วนอวัยวะภายในต่างๆที่ถูกนำออกมานั้นจะถูกนำไปแบ่งใส่ไหแยกออกเป็นส่วนต่างๆ แต่ส่วนที่จะไม่นำออกมาก็คือหัวใจ เพราะเชื่อว่าวันหนึ่งคนๆนั้นจะฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้ง ส่วนคนธรรมดาทั่วไปบางครั้งก็ไม่มีการเอาอวัยวะภายในออกมาเลยและนำไปตากแห้งทั้งๆอย่างนั้น

ความน่าจะเป็นของสารต่างๆที่ใช้ในการทำมัมมี่ถูกเปิดเผย

จากการวิจัยและนำของเหลวจากซากมัมมี่ที่ค้นพบหลายต่อหลายร่างไปตรวจสอบแล้วนั้น ค้นพบว่าในกระบวนการทำมัมมี่นั้น แรกเริ่มจะมีการทำร่างให้แห้งโดยการโรยสารคล้ายกับเกลือเพื่อทับศพจำนวนมากเพื่อดูดความชื้นและยังมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย จากนั้นจะนำไปตากแดดนานจนกว่าร่างจะแห้งสนิท หลังจากร่างแห้งแล้วจะนำร่างนั้นมาชโลมลงไปด้วยน้ำมันและพันด้วยผ้าลินิน การพันแต่ละชั้นนั้นก็จะมีการทาน้ำมันและยางไม้ต่างๆลงไปเพื่อให้ผ้าลินินนั้นพันแนบสนิทกับร่างมากยิ่งขึ้น ซึ่งยางต่างๆเหล่านี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นส่วนที่ช่วยให้ศพไม่เน่าเสีย เนื่องจากมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาตินั่นเอง  จากการตรวจสอบของสารที่หลงเหลืออยู่บริเวณผ้าลินินพบว่าเป็นยางไม้ประเภทยางสนและยางจากต้นอาคาเซีย และยังมีสารที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งซึ่งน่าจะสกัดมาจากต้นธูปฤาษี  วัฒนธรรมการทำมัมมี่นั้นเสื่อมสลายและสูญหายไปตามกาลเวลา จนถูกนำมารื้อฟื้นใหม่จากการค้นพบในปัจจุบันนี้เอง